ครูบาขันแก้ว อุตฺตโม พระครูอุดมขันติธรรม วัดสันพระเจ้าแดง จ.ลำพูน

ครูบาขันแก้ว อุตตโม 3_1

หลวงปู่ขันแก้ว/ครูบาขันแก้ว อุตฺตโม อริยะสงฆ์เพชรน้ำหนึ่งแห่งเมืองหริปุญชัยแลแดนล้านนา

ครูบาขันแก้ว หรือพระครูอุดมขันติธรรม เกิดเมื่อวันอังคารที่ 14 พย 2442 ตรงกับวันขึ้น12ค่ำ เดือน12 ปีกุน ณ ตำบลห้วยยาบ อำเภอเมือง ลำพูน หลวงปู่ขันแก้ว มีนามเดิมว่า ขันแก้ว นามสกุลเดิม อิกำเนิด มีพี่น้อง 5 คน

ครูบาขันแก้ว อุตตโม

เมื่อวันที่12 กค 2454 โยมพ่อโยมแม่ของหลวงปู่ได้นิมนต์พระอธิการแก้ว (หลวงปู่ครูบาอินทรจักโก วัดป่าลาน ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงปู่ครูบาฝายหิน วัดฝายหินเชียงใหม่) มาเป็นอุปัชฌาย์บวชสามเณร ที่วัดสันพระเจ้าแดง พระอุปัชฌาย์มีความรักและเมตตาต่อหลวงปู่ขันแก้ว ได้ถ่ายทอดธรรมะและเคล็ดวิชาอรูปกรรมฐานและวิปัสนากรรมฐานให้หลวงปู่ขันแก้ว

หลวงปู่ขันแก้วมักจะกล่าวเตือนกับผู้ที่มาปฎิบัติธรรมและลูกศิษย์อยู่เสมอว่า ก่อนจะปฎิบัติสมาธิให้ใช้ปัญญาหาวิธีทำสมาธิให้ถูกต้องตามแนวคำสอนของพระพุทธเจ้าเสียก่อน เช่น อานาปานสติ หรือมหาสติปัฎฐาน4 มีการกำหนดสมาธิอย่างไรมีการบอกอานิสงส์ผลของการประพฤติอย่างไรและที่สำคัญว่าพระพุทธเจ้าใช้พระสูตรอะไรในการปฎิบัติจนเกิดปัญญาในการตรัสรู้อริยสัจ 4
หลวงปู่ขันแก้วได้เทศนาให้กับผู้ปฎิบัติธรรมเกี่ยวกับทางสายกลางคือมัชฌาปฎิปทาที่ตรงกับคำสอนของพระพุทธเจ้ามีหลักฐานที่พระพุทธเจ้าได้บอกไว้ในพระสูตรที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกว่าพระพุทธเจ้าก่อนตรัสรู้พระองค์ใช้พระสูตรใดปฎิบัติธรรมหลักฐานที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกก็คืออานาปานสติกรรมฐาน อานาปานสติกรรมฐานเป็นกรรมฐานที่ประกอบไปด้วยสมาธิ ฌาน อรูปฌานและวิปัสนาฌาน เอาแค่นี้ก่อนนะครับ
ปลายเดือนมกราคมปี2519 คุณพ่อสมสุขและศิษย์รัศมีพรหมโพธิโกได้ขึ้นมาเยี่ยมอาการป่วยของ หลวงปู่ครูบาบุญชุ่ม โพธิโก ที่โรงพยาบาล วัดสวนดอก ในวันนั้นได้มีภิกษุรูปหนึ่งครองจีวรสีกรัก รูปร่างสันทัด ค่อนข้างผอม ผิวเนื้อดำแดง ท่านก้าวเข้ามาในห้องที่ หลวงปู่ชุ่ม นอนรักษาตัวอยู่ ท่านเข้าไปสวมกอดหลวงปู่ชุ่มและนั่งบนเตียงแล้วพูดภาษาเหนือกันอย่างสนินสนม จนทุกคนที่มาเยี่ยมไข้ต่างแปลกใจ

หลวงปู่ครูบาบุญชุ่มคุณพ่อเล่าว่าภิกษุรูปนี้ผิวพรรณดำกร้านเหมือนพระอยู่ป่าอยู่ดง พอมาถึงก็เข้าไปนั่งที่เตียง กอดเอว พูดคุยแบบชนิดตีรุ่นเท่ากับหลวงปู่ชุ่ม เมื่อดูนัยน์ตาไม่เห็นวงแหวนสีฟ้าและสีครีมสองชั้นเลย ก็คิดในใจในทางไม่ดีคิดเห็นแล้วไม่มีอินทรีย์ที่ผ่องใสอย่าง หลวงปู่ชุ่ม ซึ่งขณะนั้น หลวงปู่ชุ่ม มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ต่างให้ความเคารพนับถือในบารมีธรรมอันสูงส่งจากการเข้านิโรสมาบัติ ไม่ต่ำกว่า15ครั้ง พระสงฆ์ที่ได้ผ่านการเข้านิโรธสมาบัติ นั้นได้รับยกย่องว่าเป็นพระอริยเจ้าอย่างแท้จริง ขนาดพระชั้นผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมไข้ยังต้องคารวะและนั่งคุยอย่างสำรวม
ขณะที่คุณพ่อคิดตำหนิพระป่าอยู่ในใจ หลวงปู่ครูบาชุ่มก็ได้ล่วงรู้ความคิดในใจคุณพ่อด้วยอภิญญาจิต เจโตปริญาณ ว่าคุณพ่อกำลังล่วงเกินและลบหลู่ด้วยมโนกรรม หรืออกุศลกรรมที่เกิดจากความคิดติเตียนต่อพระป่ารูปนั้น ซึ่งเป็นพระอริยสงฆ์รุ่นเดียวกับท่านอยู่ หลวงปู่ครูบาชุ่มจึงเรียกคุณพ่อและพูดว่า มานี่โยมหมอ มารู้จักเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกับหลวงพ่อ ด้วยคำพูดประโยคเดียวนี้ ทำให้คุณพ่อรู้สึกตัวและช่วยให้พ้นจากการตกนรก จากการตำหนิติเตียนพระป่ารูปนั้นทันที ด้วยสามัญสำนึกและปัญญาที่ได้รับการอบรมทาง ปฎิบัติธรรมจาก หลวงปู่พรหม ถาวโร วัดช่องแค ว่า พระป่ารูปนี้คงไม่ใช่พระภิกษุธรรมดาเสียแล้ว จึงเข้าไปกราบขอขมาโทษ

หลวงปู่ครูบาชุ่มได้บอกกับคุณพ่อว่าพระภิกษุองค์นี้ ชื่อ ครูบาขันแก้ว อยู่ที่ วัดสันพระเจ้าแดง ตำบลห้วยยาบ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน หลวงปู่ขันแก้ว ก็ถามคุณพ่อว่าชื่ออะไรอยู่ที่ไหน ทำอาชีพอะไร คุณพ่อก็ตอบไปและบอกว่ามีอาชีพหมอแผนโบราณ หลังจากนั้นคุณพ่อไม่ได้พบครูบาขันแก้วอีกเลยจนกระทั่งในงานทำบุญพระศพหลวงปู่ครูบาชุ่มเมื่อเดือนกันยายนปีเดียวกัน

ต่อมาในปี 2520 เดือนกุมภาพันธ์ มีการเตรียมการพุทธาภิเษก เบิกพระเนตรรูปหล่อขนาดเท่าองค์จริงของหลวงปุ่ครูบาชุ่ม 2 องค์ คณะศิษย์รัศมีพรหมตลอด จนญาติมิตรทางกรุงเทพฯ และ วัดวังมุ่ย เป็นผู้รวบรวมเงินทุนในการสร้างและเป็นเจ้าพิธี คณะกรรมการวัดได้นิมนต์เกจิอาจารย์ในเชียงใหม่และลำพูน แต่ไม่มีชื่อ หลวงปู่ขันแก้ว โดยกรรมการวัดอ้างว่าไม่เคยทราบหรือ เห็น หลวงปู่ขันแก้ว ได้ร่วมพิธีปลุกเสกพระในที่ใดมาก่อน อีกทั้งยังไม่เคยสร้างวัตถุมงคลอะไรเลยและวัดอยู่ห่างไกล จึงไม่ได้นิมนต์มา คุณพ่อจึงได้บอกกับกรรมการวัดที่เป็นหลานๆๆหลวงปู่ว่า ในฐานะที่ หลวงปู่ขันแก้ว เป็นเพื่อนรักของหลวงปู่ครูบาชุ่มและก็ได้มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการบำเพ็ญกุศลช่วยงานศพอยู่ทุกคืนน่าจะนิมนต์มาท่านมาร่วมด้วย จะเคยปลุกเสกหรือไม่เคยปลุกเสกไม่สำคัญ คณะกรรมการวัดก็เลยนิมนต์ หลวงปู่ครูบาขันแก้ว มาร่วมพิธีด้วย

ครูบาขันแก้ว อุตตโม 2

แสดงความมหัศจรรย์นั่งเคี้ยวเมี่ยงในงานพุทธาภิเษก
พิธีปลุกเสกได้เริ่มในตอนกลางคืนวันที่ 18 ก.พ. 2520 เวลา19.50น หลวงปู่ขันแก้ว ได้นั่งอยู่ในตำแหน่งที่หันหน้าเข้าหาพระประธาน หลวงปู่อีก3 องค์คือ หลวงปู่อินทรจักร วัดน้ำบ่อหลวง ท่านเจ้าคุณญาณ วัดมหาวัน หลวงปู่ท่านเจ้าคุณพระธรรมโมลี วัดพระธาตุหริภุญไชย นั่งหลับตาแผ่อำนาจจิตปลุกเสก แต่หลวงปู่ขันแก้วกับนั่งลืมตาเคี้ยวเมี่ยงอยู่เบิกตากว้างมองดูเฉยๆๆ ชาวบ้านวัดวังมุ่ยเริ่มมีปฎิกริยาพึมพำพูดกันว่าใครหนอนิมนต์ตุ๊เจ้าที่ปลุกเสกไม่เป็นมาร่วมพีธี ทำเอาเจ้าคณะตำบลประตูป่าเข้ามาพูดกับคุณพ่อสมสุขว่า โยมหมอใครไปนิมนต์ตุ๊ลุงองค์นี้มา พวกที่ชมและชาวบ้านในพีธีบ่นว่าไปเอาพระที่ไหนมา ดูซินั่งลืมตาเคี้ยวเมี่ยงไม่เห็นปลุกเสกอะไรเลย คุณพ่อบอกว่าผมนิมนต์มาเองขอให้รอดูประเดี๋ยว
คุณพ่อยังนึกอยู่ว่านั่งเบิกตาอย่างนี้เคยเห็นที่ไหน หลวงปู่ขันแก้วนั่งลืมตาอยู่เกือบ15 นาที่ ประกายตากร้าวแข็ง ส่วนองค์อื่นท่านนั่งหลับตาตามความถนัดของท่าน ส่งกระแสจิตออกมาปลุกเสก หลวงปู่ขันแก้ว ปลุกเสกด้วย เมตตาเจโตวิมุติ หลวงปู่เริ่มเปลี่ยนอิริยาบถ โดยนั่งห้อยเท้า ตาของท่านเริ่มเป็นประกายกล้า ขณะนั้นช่างภาพก็ถ่ายรูปในอิริยาบถนั้น ทันที่ที่แสงไฟแฟลชสว่างจ้านัยน์ตาของหลวงปู่ขันแก้วก็มิได้กระพริบ ช่างภาพอีกหลายคนก็เข้าไปถ่ายแสงไฟสว่างจ้าแต่นัยต์ตาของหลวงปู่ก็อยู่อย่างปกติคือลืมตาอย่างนั้นไม่กระพริบเลย หลังจากนั้นช่างภาพหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นก็เข้าไปถ่ายซึ่งไฟแฟล็ชแรงกว่ามากก็เข้าไปถ่ายผลปรากฎ ตาของหลวงปู่ขันแก้วก็ไม่กระพริบเป็นเวลานาน คนธรรมดาไม่สามารถทำได้อย่างแน่ เปิดภูมิปัญญาโลกุตระด้วยมหากริยาจิต

คุณพ่อเข้าใจทันที ที่นึกว่าเคยเห็นที่ไหนก็นึกออกว่าเคยเห็น หลวงปู่พรหม ถาวโร แห่งวัดช่องแค ท่านปลุกเสก พระแสงแฟล็ช ถ่ายรูปไม่ทำให้ นัยน์ตา ท่านกระพริบและท่านก็นั่งลืมตาปลุกเสกความจริงแล้วหลวงปู่ขันแก้วไม่ได้มีเจตนาจะแสดงอภินิหารหรืออวดเป็นเพียงการนั่งปลุกเสกของผู้สำเร็จอานาปานสติกรรมฐาน คือสมาธิแบบลืมตาและนั่งหายใจออก หายใจเข้าจนได้ดวงตาเห็นธรรมและใจหมดอาสวะกิเลสเป็นแบบสมาธิที่ถูกต้องของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีหลักฐานแสดงในอานาปาสติสูตรจากหนังสืองานพระศพของหลวงปู่ขันแก้วที่คุณพ่อสมสุขเขียนเอาไว้ ขอบคุณที่มาของข้อมูลจาก www.ratsameepormpotigo.blogspot.com

ครูบาขันแก้วท่านมรณะภาพลงเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2526 ยังมีเรื่องราวประสบการณ์อีกมายมายเกี่ยวกับ ครูบาขันแก้ว รวมทั้งวัตถุมงคลของท่านที่ดีๆและเข้มขลังอีกมาย ส่วนเหรียญรุ่นแรกของครูบาขันแก้ว ใว้ผมจะถ่ายมาให้ชมแบบแท้ๆเดิมๆที่ผมได้สะสมเก็บใว้

ครูบาขันแก้ว อุตตโม 3

ภาพสังขาร ครูบาขันแก้ว แห่งวัดสันพระเจ้าแดง ที่ถ่ายแบบระยะใกล้ๆ ให้ท่านทั้งหลายได้เห็นแล้วพิจารณาว่า “ถ้ามรรคยังมีองค์8 โลกก็จะไม่ว่าจากพระอริยะบุคคล” ดั่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ ดังจะเห็นว่่าแม้กระทั่งการดับของสังขารก็ไม่อาจทำลายร่างของพระอริยะเจ้าได้เลยขอนอบน้อมแด่ครูบาขันแก้ว “พระผู้อุดมด้วยวิชชา และวิมุตฺติ” อย่างแท้จริงและไร้ข้อกังขาใดๆ ขอขอบคุณคณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโก ที่ถ่ายรูปประวัติศาสตร์นี้เก็บไว้ให้เหล่าพวกข้าพเจ้าอนุชนรุ่นหลังได้ชมกันและให้รู้ว่า พระอริยะบุคคลนั้นเป็นเช่นไร

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : pages/ภาพแห่งสยาม

ท่านสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลอื่นๆเกี่ยวกับครูบาขันแก้วเพิ่มเติมได้ที่ oknation.nationtv.tv