หลวงพ่อปาน โสนันโท เจ้าตำรับพระเครื่องทรงพาหนะสัตว์ จ.อยุธยา

หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

หลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พระเกจิอาจารย์ เจ้าตำรับพระเครื่องทรงพาหนะสัตว์ และ ยันต์เกราะเพชร

หลวงพ่อปาน แม้ท่านจะมรณภาพไปแล้วเกือบ 80 ปี แต่นามยังเป็นที่กล่าวขวัญของคณะศิษย์และคนทั่วไป โดยเฉพาะชาวเมืองกรุงเก่า ต่างรักและหวงแหนในมงคลวัตถุมงคลของท่านอย่างยิ่ง และ แทบทุกครัวเรือนต้องมีภาพถ่ายของท่านบูชาไว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว หลวงพ่อปาน ท่านเป็นศิษย์ของ หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ เกจิดังแห่งพระนครศรีอยุธยา และ หลวงพ่อเนียม วัดน้อย จ.สุพรรณบุรี และ เป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่-หลวงพ่อดังๆ หลายรูป ที่รู้จักกันดี คือ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

หลวงพ่อปานท่านมีชื่อเดิมว่า “ปาน สุทธาวงศ์” เกิดวันที่ 16 ก.ค.2418 ที่ ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรี อยุธยา ครอบครัวมีอาชีพทำนา เหตุที่ได้ชื่อว่า “ปาน” เพราะมีตำหนิ คือ ปานแดงที่นิ้วก้อยมือซ้าย ลักษณะเหมือนสวมปลอกนิ้วตั้งแต่โคนถึงปลายนิ้วมาแต่กำเนิด เมื่อยังเล็กเริ่มศึกษาอักขระจากพระในวัดบางนมโค จนเมื่ออายุ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดบาง นมโค เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2438 โดยมีหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์จ้อย วัดบ้านแพน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์อุ่ม วัดสุทธาโภชน์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค 02
หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

ภายหลังอุปสมบทตั้งใจศึกษาวัตรปฏิบัติด้วยความขยันหมั่นเพียร สามารถท่องพระปาติโมกข์จนจบด้วยความคล่องแคล่ว ศึกษาวิทยาคมจากหลวงพ่อสุ่นเป็นเวลา 2 ปี แล้วไปขอเรียนบาลีไวยากรณ์ที่ วัดเจ้าเจ็ดในกับท่านอาจารย์จีน ก่อนจะเข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ

ท่านไปพักอยู่กับพระอาจารย์เจิ่น วัดสระเกศ ร่ำเรียนทั้งทางคันถธุระและวิปัสสนาธุระ และ เรียนอักขระเลขยันต์กับพระอาจารย์จีน วัดเจ้าเจ็ด ในพระนครศรีอยุธยา เรียนแพทย์แผนโบราณจากวัดสังเวชฯศึกษาเพิ่มเติมกับ หลวงพ่อเนียม วัดน้อย และ พระอาจารย์โหน่ง อิณฑสุวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดคลองมะดัน เรียนวิชาสร้างพระเครื่องดินจากชีปะขาว เรียนการปลุกเสกพระเครื่องและเป่ายันต์เกราะเพชรจากอาจารย์แจง สวรรคโลก ได้รับพระคาถาปัจเจกโพธิสัตว์มาจากครูผึ้ง หลังจากนั้น ท่านจึงได้มาอยู่ที่วัดบางนมโคและได้รับพระราชทานสัมณศักดิ์เป็น พระครูวิหารกิจจานุการ

หลวงพ่อคล้าย เจ้าอาวาส วัดบางนมโค ขณะนั้น มอบหน้าที่ให้เป็นครูสอนหนังสือ โดยริเริ่มจัดตั้งโรงเรียนสอนพระภิกษุ-สามเณรและเด็กวัด ตลอดจนลูกชาวบ้าน และรับหน้าที่ปกครองดูแลทั้งหมด ในยามว่าง ท่านใฝ่ใจศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐาน พร้อมทั้งยังไปขอศึกษาด้านกัมมัฏฐานเพิ่มเติมจากหลวงพ่อเนียม วัดน้อย พระเกจิชื่อดังเมืองสุพรรณบุรี

หลวงพ่อปาน ยังเป็นพระนักเทศน์ฝีปากเอก ที่ผู้ฟังจะเกิดศรัทธาเลื่อมใส ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ การเทศน์ของท่านจะมีเหตุมีผล มีตัวอย่างยกมาเทียบเคียงให้เห็นผลดีผลเสีย สามารถเทศน์ให้เห็นถึงบาปบุญคุณโทษ และชี้ทางสว่างได้อย่างเข้าใจได้ง่าย กิจนิมนต์ของท่านมีแทบไม่ว่างเว้น และทุกครั้งที่ได้อดิเรกลาภเป็นสิ่งของหรือปัจจัย ท่านจะนำมาแจกจ่ายให้พระลูกวัด โดยไม่เก็บไว้

นอกจากความมีมานะ พูดจริงทำจริง อดทนต่อความยากลำบาก และ มีจิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญเด็ดขาด ทั้งเปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ท่านยังชอบแสวงหาความรู้อยู่เสมอแล้ว ท่านก็ยังเป็นทั้งนักก่อสร้าง นักพัฒนา หมอแผนโบราณ ฯลฯ

การสร้างพระเครื่องวัตถุมงคล ท่านสร้างเพื่อเป็นการสืบพระพุทธศาสนาเป็นหลัก นอกเหนือไปจากสร้างเพื่อแจกจ่ายแก่บรรดาศิษย์นำไปบูชา เท่าที่มีหลักฐานและข้อมูลระบุว่า ท่านสร้างพระเครื่องเป็นครั้งแรกประมาณปี พ.ศ.2450 มีด้วยกันหลายพิมพ์ วงการพระเรียกกันว่า “พิมพ์โบราณ”

ต่อมา พ.ศ.2460 จึงสร้างรุ่น 2 ให้มีรูปแบบสวยงามกว่าครั้งแรก แบ่งเป็น 6 พิมพ์หลัก คือ ทรงไก่, ทรงครุฑ, ทรงหนุมาน, ทรงปลา, ทรงเม่น และทรงนก แต่ละพิมพ์ยังแยกย่อยออกไปอีกหลายพิมพ์ พิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ “พิมพ์ทรงไก่”  พระเครื่องหลวงพ่อปาน กลายเป็นพิมพ์นิยมในวงการพระเครื่องมาจนถึงปัจจุบัน

หลวงพ่อปานท่านเป็นสหธรรมิก กับ หลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด และหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก จนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขนานนามให้ว่า “สามเสือแห่งเมืองกรุงเก่า” คือ พระหมอ หลวงพ่อปาน เกจิอาจารย์ หลวงพ่อจง เมตตาไหลหลง หลวงปู่ยิ้ม พระเครื่องหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น พระเครื่องที่นักนิยมพระเครื่อง รู้จักกันดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ต่างตามหาและต้องการมีใว้ครอบครองเป็นเจ้าของจำนวนไม่น้อย

พระเครื่องหลวงพ่อปานนั้น ถึงแม้หลวงพ่อปานท่านมิได้ระบุไว้ว่า พระเครื่องของท่านแต่ละพิมพ์มีพุทธคุณ หรือ อนุภาพต่างกันก็ตาม แต่ในวงการพระเครื่องแล้ว นักนิยมพระเครื่อง ต่างเชื่อถือกันว่า พระเครื่องของหลวงพ่อปาน ในแต่ละพิมพ์ มีพุทธคุณที่เด่นต่างกัน จึงมีสำนวนที่กล่าวขวัญเกี่ยวกับพระพุทธคุณ ของพระเครื่องหลวงพ่อปาน ว่า  นกทำนา ไก่หากิน เม่นเดินป่า ปลาค้าขาย ครุฑอำนาจ หนุมานรับราชการ

นกทำนา

หมายถึง พระเครื่องพิมพ์ ทรงนกของหลวงพ่อปาน ว่าดีในทางอำนวยความสำเร็จด้านเกษตร ทำไร่ทำนา เป็นพิมพ์ซึ่งต้องโฉลกกับผู้มีอาชีพเกี่ยวแก่การเพาะปลูกพืชพันธ์

ไก่หากิน

หมายถึง พระเครื่องพิมพ์ทรงไก่ ว่ามีพุทธคุณนำไปในทางเมตตา มีลาภผล อำนวยความสำเร็จในการประกอบสัมมาอาชีพที่ต้องติดต่อกับผู้คนอยู่เสมอ

เม่นเดินป่า

หมายถึง พระเครื่องทรงเม่น ว่ามีพุทธคุณดีในทางคุ้มครองป้องกันภัย จากสัตว์ร้ายและ อาถรรพ์ของป่า เป็นพิมพ์ที่เหมาะกับผู้มีอาชีพ ซึ่งคลุกคลีอยู่กับป่าดงพงไพร

ปลาค้าขาย

หมายถึง พระเครื่องพิมพ์ทรงปลา ของหลวงพ่อปานว่า มีพุทธคุณทางค้าขาย โดยเฉพาะอย่าง ยิ่ง ค้าขายทางน้ำ

ครุฑอำนาจ

หมายถึง พระเครื่องพิมพ์ทรงครุฑ ของหลวงพ่อปานว่ามี พุทธคุณดีในทางมหาอำนาจ มีคนเกรงกลัว

หนุมานรับราชการ

หมายถึง พระเครื่องพิมพ์ทรงหนุมานของหลวงพ่อปานว่ามีพุทธคุณในทางอำนวยความสำเร็จ ในการรับอาสา อันได้แก่ ผู้มีอาชีพในทางรับราชการ ตลอดจนผู้มีอาชีพรับจ้างต่างๆทั่วไป พระหลวงพ่อปานวัดบางนมโค มีความหมายที่สำคัญในการใช้ทุกพิมพ์

อายุ 61 ปี หลวงพ่อปาน เริ่มอาพาธและแจ้งให้บรรดาศิษย์ ทราบว่าอีก 3 ปี ท่านจะมรณภาพในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 8 เวลา 6 โมงเย็น กระทั่งครบปีที่ 3 ย่างเข้าเดือน 8 ท่านเกิดอุบัติเหตุหกล้มแล้วเริ่มอาพาธ ครั้นพอเวลา 6 โมงเย็น วันแรม 14 ค่ำ เดือน 8 ถึงกาลมรณภาพโดยสงบด้วยวัย 64 ปี ท่านมรณภาพวันที่ 26 ก.ค.2481 สิริอายุ 63 ปี พรรษา 43 เสียงกำชับเตือนใจที่ให้แก่ศิษย์เป็นครั้งสุดท้าย ท่านขอ 2 อย่าง คือ “อย่าดื่มสุรา และอย่าลักขโมย ประพฤติเป็นโจร”

เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดยอ้างอิงข้อมูลย่อ จากเว็บ ข่าวสด / สำนักข่าวทีนิวส์  และขอขอบพระคุณเจ้าของรูปต้นฉบับใว้ ณ ทีนี้ด้วยความจริงใจ ท่านยังสามารถเข้าไปข้อมูลหลวงพ่อปานฉบับเต็มแบบจุใจได้ใน www.dharma-gateway.com