เหรียญพระพุทธชินราช วัดเบญจมบพิตร ปี๒๔๗๕ เข้มขลังด้วยพลังแห่งพุทธาฯ

เหรียญพระพุทธชินราช วัดเบญจมบพิตร รวม

เหรียญปั๊มพระพุทธชินราช วัดเบญจมบพิตร ปี๒๔๗๕ เนื้อทองแดง ข้างกระบอก

เหรียญพระพุทธชินราช เหรียญสร้างปี 2475 ออกที่วัดเบญจมบพิตร นำชนวนที่เหลือจากการหล่อพระพุทธชินราชจำลอง มาจัดสร้างเป็นเหรียญ”สร้างแบบนูนตำปั๊มกระบอก มีเกจิดังสมัยนั้นร่วมปลุกเสก หลวงพ่อจง หลวงพ่อจาค หลวงพ่ออี๋และพระเกจิเก่งๆในสมัยนั้นอีกหลายรูปพีธีเข้มขลังปีลึกเก่าน่าบูชาติดตัวใว้เสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต ”

ภาพ เหรียญพระพุทธชินราช วัดเบญจมบพิตร ปี๒๔๗๕

เหรียญพระพุทธชินราช วัดเบญจมบพิตร หน้า

ประวัติการหล่อพระพุทธชินราชจำลอง วัดเบญจ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ มีพระราชประสงค์ที่จะหาพระประธาน สำหรับวัดเบญจมพิตร ซึ่งทรงขยายพระราชวังดุสิต จึงทรงสถาปนาวัดเบญจมบพิตร ให้มีความงดงามสมเป็นวัดใกล้วัง

ดุสิต จึงโปรดเกล้าให้สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ออกแบบถวาย และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม” อันเป็นที่รวบรวมพระพุทธรูปจากทั่วประเทศ “ศุภมัสดุ พระพุทธสาสนกาลล่วงแล้ว ๒๔๔๔ พรรษา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชศรัทธามีพระราชประสงค์จะทรงสร้างพระพุทธปฏิมากร ให้มีพระพุทธลักษณะเหมือน พระพุทธชินราช ณ เมืองพระพิษณุโลก อันมีมาแต่โบราณเพื่อประดิษฐาน

เปนพระประธานในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิต วนาราม ณ กรุงเทพมหานคร จึงเสด็จพระราชดำเนิรโดยกระบวนชลมารควิถี มาประทับแรม ณ เมืองพระพิษณุโลก ครั้น ณ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๐ จันทรคติกาลเดือน ๑๐ ขึ้น ๕ ค่ำปีฉลู ตรีศกจุลศักราช ๑๒๖๓ เสด็จพระราชดำเนิรมานมัศการพระพุทธชินราช ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ทรงปิดทองถวายใหม่ทั่วทั้งพระองค์

แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการมหรสพสมโภชแลจัดการตั้งพระราช พิธีที่จะหล่อพระพุทธชินราชขึ้นใหม่ ณ พระวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ๓๐ รูปแลสวดภาณวารประจำเทียนไชย์ ๔ รูป นังปรก

รูป ๑ ผลัดเปลี่ยนกันตลอดการพระราชพิธีถ้วน ๓ ทิวาราตรี ครั้น ณ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ ตุลาคมรัตนโกสินทรศก ๑๒๐ จันทรคติกาล เดือน ๑๑ ขึ้น ๘ ค่ำปีฉลูตรีศกจุลศักราช ๑๒๖๓ เวลารุ่งเช้าเปนมงคลฤกษ์อันอุดม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า

เจ้าอยู่หัวทรงเททองหล่อพระพุทธปฏิมากรเปนปฐม แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ช่างเททองต่อไป แล้วเสด็จพระราชดำเนิรจากเมืองพระพิษณุโลก ไปประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือต่อไปจนถึงเมืองอุตรดิฐ เมื่อเสด็จพระราชดำเนิรกลับมาถึง

เมืองพิษณุโลก เสด็จพระราชดำเนิรมานมัสการพระพุทธชินราช แลทอดพระเนตรพระพุทธปฏิมากรที่หล่อใหม่แล้ว จึงทรงปลูกต้นโพธิ์ต้นนี้ไว้ ณ ที่นี้ อันเปนที่ตั้งพิมพ์หล่อพระพุทธปฏิมากรองค์ใหม่ ให้ต้องตามตำนานในกาลกอ่นกล่าวไว้ว่า เมื่อครั้งโบราณมหาราชทรงสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์แลพระศรีศาสดาได้ทรงปลูกต้นโพธิ์ไว้ในที่ซึ่งหล่อพระ พุทธปฏิมากรทั้งสามพระองค์นั้น อันเรียกกันว่าโพธิ์สามเส้ามีปรากฏอยู่ในบัดนี้ ต้นโพธิ์ต้นนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า

เจ้าอยู่หัวได้ทรงปลูกเมื่อ ณ วันอาทิตย์ที่ ๒๗ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๐ จันทรคติกาลเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำปีฉลูตรีศกจุลศักราช ๑๒๖๓ ขอสาธุชนผู้นับถือพระพุทธสาสนา อันได้มานมัสการในที่นี้ จงรลึกถึงคุณพระรัตนไตรยอันเปนเหตุให้เกิดภาวนามัยบุญกิริยา แล้วจงรลึกถึงพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แลอุทิศส่วนกุศลถวายด้วยอำนาจความศรัทธา แลกตัญญูกตเวทิตาขอความสิริสวีสดิ์พิพัฒนมงคลชนมสุขจงมีแก่ท่านทั้งหลาย ความประสงค์ที่เป็น

ธรรมปราศจากโทษจงสำเร็จทุกประการเทอญ ฯ…..” ข้อความนี้จารึกที่ศิลา ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระประสิทธิปฏิมา(ม.ร.ว.เหมาะ ดวงจักร เมื่อครั้งเป็นหลวงประสิทธิปฏิมา) จางวางช่างหล่อขวา ซึ่งเป็นช่างหล่อฝีมือดีที่สุด ขึ้น ไปปั้นหุ่นถ่ายแบบจากพระพุทธชินราชองค์เดิมที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก (เริ่มทำหุ่นตลอดจนถ่ายแบบ ๑๓

ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๔๓) แล้วเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเททองหล่อเป็นส่วนๆ เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๔๔ เมื่อ หล่อพระแล้ว จึงอัญเชิญล่องเรือมาคุมองค์และแต่งที่กรมทหารเรือ โดย พระยาชลยุทธโยธิน (Andre du Plessis de Richelieu) ชาวเดนมาร์ก เข้ามารับราชการเป็นทหารเรือ มียศเป็นพลเรือโท ตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือ(๑๖ มกราคม ๒๔๔๓ – ๒๙ มกราคม ๒๔๔๔) เป็นผู้ควบคุมการแต่งองค์พระ เสร็จแล้วเชิญลงเรือมณฑปแห่ไปประดิษฐานเป็นพระ

ประธานในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๔๔ ภาพอัญเชิญ พระพุทธชิราช ขณะถึงวัดเบญจมบพิตร โดยทหารเรือ การ ทั้งปวงตั้งแต่ปั้นหุ่น หล่อ ตกแต่ง และอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ในพระอุโบสถสำเร็จเรียบร้อยดี ทรงปีติโสมนัสอย่างยิ่ง “จึงทรงเปลื้องสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นพรัตน์ราชวราภรณ์ ซึ่งกำลังทรงอยู่นั้น ถวายพระพุทธชินราชเป็นพุทธบูชา” พระพุทธชินราชจำลอง เลื่อนผ่านพลับพลาพิธี พระพุทธชินราชจำลอง เข้าไปยัง

พระอุโบสถ ต่อมาถึงปลายปี พ.ศ. ๒๔๕๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จ้าง มร.จุรุหระ (Mr. Tsuruhara) ครู ช่างในโรงเรียนวิชาช่างกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาทำการปิดทองจนแล้วเสร็จ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานสมโภชในวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๕๓ พระ พุทธชินราชจำลอง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย นั่งสมาธิราบ ศิลปะสมัยสุโขทัย มีเรือนแก้ว ประทับนั่งเหนือรัตนบัลลังก์หินอ่อน เรือนแก้วนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรง

พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำถวาย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๕ แต่ช่างทำไม่งาม พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ จึงโปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขใหม่สวยงามตามที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน การ ทั้งปวงตั้งแต่ปั้นหุ่น หล่อ ตกแต่ง และอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ในพระอุโบสถสำเร็จเรียบร้อยดี ทรงปีติโสมนัสอย่างยิ่ง “จึงทรงเปลื้องสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นพรัตน์ราชวราภรณ์ ซึ่งกำลังทรงอยู่นั้น ถวายพระพุทธชินราชเป็นพุทธบูชา” พระพุทธชินราชจำลอง เลื่อนผ่านพลับพลาพิธี

พระพุทธชินราชจำลอง เข้าไปยังพระอุโบสถ ต่อมาถึงปลายปี พ.ศ. ๒๔๕๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จ้าง มร.จุรุหระ (Mr. Tsuruhara) ครู ช่างในโรงเรียนวิชาช่างกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาทำการปิดทองจนแล้วเสร็จ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานสมโภชในวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๕๓ พระ พุทธชินราชจำลอง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย นั่งสมาธิราบ ศิลปะสมัยสุโขทัย มีเรือนแก้ว ประทับนั่งเหนือรัตนบัลลังก์หินอ่อน เรือนแก้วนี้ พระบาทสมเด็จ

พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำถวาย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๕ แต่ช่างทำไม่งาม พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ จึงโปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขใหม่สวยงามตามที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ต่อมาถึงปลายปี พ.ศ. ๒๔๕๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จ้าง มร.จุรุหระ (Mr. Tsuruhara) ครู ช่างในโรงเรียนวิชาช่างกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาทำการปิดทองจนแล้วเสร็จ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานสมโภชในวันที่ ๕ สิงหาคม

พุทธศักราช ๒๔๕๓ พระ พุทธชินราชจำลอง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย นั่งสมาธิราบ ศิลปะสมัยสุโขทัย มีเรือนแก้ว ประทับนั่งเหนือรัตนบัลลังก์หินอ่อน เรือนแก้วนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำถวาย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๕ แต่ช่างทำไม่งาม พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ จึงโปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขใหม่สวยงามตามที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ขอขอบคุณข้อมูลนี้จากเว็บเพือนๆที่ค้นคว้ามาให้ทุกๆคนที่สนใจเป็นวิทยาทาน

ติดต่อกับเจ้าของเหรียญ